"วันนี้อากาศร้อนจนเกินไป" เด็กหญิงคิดในใจพลางบิดขี้เกียจ และมือของเธอก็ไปปัดเชิงเทียนที่หัวเตียงล้มลง
"เชิงเทียนอันนี้เกะกะจริง" เด็กหญิงคิดอย่างโมโห และทันใดนั้นมีกลุ่มควันและไฟพ่นออกมาจากจมูกของเธอ เด็กหญิงขี้โมโหตกใจมาก เธอวิ่งหนีออกจากบ้านและไปเจอเด็กชายใจดีระหว่างทาง "เด็กชายใจดีๆ ช่วยฉันที ฉันเป็นอะไรไม่รู้" เด็กหญิงขี้โมโหระล่ำระลักบอกเพื่อนรัก
"เป็นอะไรไปล่ะ เด็กหญิงขี้โมโห" เด็กชายใจดีถามอย่างตกใจ
"ก็บอกว่าไม่รู้ๆยังไงเล่า" เด็กหญิงเริ่มโมโหอีกครั้ง และแน่นอนมีไฟและกลุ่มควันออกมาจากจมูกของเธอ
"โอ๊ย เด็กหญิงขี้โมโหทำไมมีไฟออกมาจากจมูกของเธอล่ะ" เด็กชายใจดีร้องพลางกระโดดหลบสะเก็ดไฟที่กระเด็นมาถูกขา
"ไม่รู้ๆๆๆ"ยิ่งเด็กหญิงขี้โมโหตะโกนอย่างหงุดหงิดเท่าไหร่ ไฟก็ยิ่งออกมามากขึ้นเท่านั้น
"เด็กหญิงขี้โมโห เธอหยุดโมโหก่อนดีไหมตะกี้ที่เธอยังไม่โมโห มันไม่มีไฟออกมานี่นา" เด็กชายใจดีแนะนำอย่างคนช่างสังเกต
"ก็ได้ๆ" เด็กหญิงขี้โมโหพยายามสงบจิตสงบใจและควันไฟก็ลดลง
"นั่นไงล่ะ ไฟลดลงแล้ว" เด็กชายใจดีร้องอย่างดีใจ และเมื่อเด็กหญิงขี้โมโหเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าขาของเด็กชายแดงและพองจากไฟที่เธอพ่นออกมา
"เด็กชายใจดี ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอเจ็บ"
"ไม่เป็นไรหรอกแต่ทีหลังเธอก็อย่าโมโหก็แล้วกันเพราะฉันไม่รู้ว่าจะฝ่าควันฝ่าไฟไปเล่น กับเธอได้อย่างไร เห็นไหมๆ ฉันบอกเธอแล้วว่าโมโหมากไม่ดี"
เด็กชายใจดีแหย่เพื่อนรัก แต่เด็กหญิงขี้โมโหฟังแล้วกลับรู้สึกโมโหนิดๆ และอุ่นๆที่จมูกหน่อยๆ ก่อนที่จะปล่อยให้ไฟพ่นออกมาทางจมูกอีกครั้ง เด็กชายใจดีก็ยิ้มกว้างจนเธอต้องพลอยยิ้มตอบไฟที่ทำท่าจะพ่นออกมาจึงมอดลง ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเด็กหญิงขี้โมโหก็พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้มากขึ้น
อาจจะมีบ้างบางครั้งที่จมูกของเธอเริ่มมีควันกรุ่นๆ แต่พอเธอนึกได้ว่าจะเกิดอะไรตามมาถ้าเธอโมโห เธอก็จะใจเย็นลงจนไฟนั้นดับไป และเพื่อที่จะไม่ต้องโมโหและพ่นไฟ
เด็กหญิงจึงเรียนรู้ที่จะมองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เธอรู้สึกไม่ถูกใจ พยายามเข้าใจว่าบางครั้งเพื่อนๆก็แค่แหย่เธอเล่น และคนเราล้วนทำผิดกันได้ ถ้าเพื่อนๆผิดจริงเธอก็ควรที่จะยอมให้อภัย เด็กหญิงขี้โมโหจึงกลายเป็นเด็กหญิงคนใหม่ ที่ร่าเริง แจ่มใส อารมณ์ดี และมีเพื่อนรักมากมาย และแน่นอนหนึ่งในนั้นคือเด็กชายใจดี เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ
---------------------------------